- เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี (ห้ามใช้และครอบครอง)
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมทั้งผู้หญิงที่วางแผนกำลังจะมีบุตร
- ผู้ที่มีประวัติแพ้กัญชา
- ผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดรุนแรง หรือไม่สามารถควบคุมอาการได้
- ผู้ที่มีประวัติความผิดปกติทางจิตเวช
- ผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ เพราะกัญชาจะไปเพิ่มขนาดยาวาร์ฟารินจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่ตับและไตบกพร่อง
- ผู้ใช้ยาที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยารักษาอาการจิตเวช
- ก่อนใช้กัญชาควรศึกษาความเสี่ยงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อตนเองในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- กินเมนูกัญชาจากร้านที่ซื้อใบกัญชาจากแหล่งปลูกและแหล่งจัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจาก อย. แล้ว
- กินเมนูกัญชาในปริมาณน้อย หากเพิ่งเริ่มกินควรกินแค่ครึ่งใบต่อวันก่อน เพราะแต่ละคนจะมีความไวต่อฤทธิ์ของกัญชาแตกต่างกัน
- เลือกกินใบสด กินเป็นผัก จิ้มน้ำพริก กินเป็นสลัด หรือกินเป็นน้ำคั้นสด ซึ่งไม่มีสารเมา
- เลือกกินกัญชาแบบที่ไม่ผ่านความร้อนนาน ๆ เช่น ใส่แบบใบกะเพรา
- ระวังการกินเมนูกัญชาที่ผ่านความร้อน หรือการกินกัญชาร่วมกับอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เมนูทอด เพราะความร้อนและไขมันจะสกัดสาร THC ออกจากกัญชาได้มากขึ้น จึงไม่ควรกินมากเกินไป
- ในอาหาร 1 มื้อ ไม่ควรกินเมนูกัญชาเกิน 2 เมนู และทั้ง 2 เมนูอาหารไม่ควรปรุงด้วยน้ำมันที่ผ่านความร้อน เช่น การทอด หรือผัด เพราะเสี่ยงได้รับสาร THC เกินปริมาณ
- จำกัดการกินใบกัญชากับคนบางกลุ่ม เพราะอาจได้รับผลกระทบมากกว่าประโยชน์ต่อสุขภาพ
- หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ หรือการใช้เครื่องจักรอันตราย หลังกินกัญชาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
***
- ไม่ควรกินกัญชาหลายเมนูในมื้อเดียว เพราะอาจได้รับสารเมาสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไป
- ไม่ควรกินใบกัญชาแบบทั้งใบ หรือใบที่ผ่านความร้อนแล้ว เกิน 5-8 ใบต่อวัน เพราะหากกินในปริมาณมากอาจมีอาการผิดปกติ เช่น กินอาหารได้มาก พูดมาก หัวเราะร่วน หิวของหวาน คอแห้ง และตาหวานได้
- ไม่ควรกินใบกัญชาแก่ หรือใบกัญชาตากแห้ง เพราะมีสาร THC มากกว่าใบกัญชาสด
- ไม่กินใบกัญชาร่วมกับแอลกอฮอล์
- ไม่กินอาหารหรือเครื่องดื่มที่ใช้ช่อดอกกัญชาเป็นส่วนผสม เนื่องจากมีสาร THC ในปริมาณสูงมาก